จ่อเกณฑ์ รด. ลงคุยชาวบ้าน เน้นทำความเข้าใจสิ่งที่ประยุทธ์พูดด้วยศัพท์ง่ายๆ

ศูนย์ปรองดองฯ เล็งสร้างความเข้าใจกับประชาชนโดยนำสิ่งที่ ‘ประยุทธ์’ พูดทุกศุกร์มาแปลงเป็นศัพท์ง่ายๆ คุยกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยจะเกณฑ์ รด. มาช่วย เผยยังไม่เปิดเวทีรับฟังร่างรธน. ขอนศ. ที่ต้านให้โอกาสรัฐบาล-คสช.ทำงาน

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงบทบาทการทำหน้าที่ของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ว่า ศปป.ยังคงทำงานตามปกติ เพียงแต่เปลี่ยนโครงสร้าง จากที่ขึ้นตรงกับปลัดกระทรวงกลาโหม ให้มาขึ้นตรงกับเลขาธิการ คสช. ซึ่งแต่ก่อนตนเคยเป็น ผอ.ศปป. ตอนนี้เปลี่ยนเป็น พล.ท.จีระพันธ์ มาลีแก้ว รองเสนาธิการทหารบกเป็น ผอ.ศปป.แทน

"การทำงานหลักๆ จะสนองตอบนโยบายของรัฐบาลมากขึ้น พร้อมทั้งให้ชุดปฏิบัติการ ศปป.ลงไปในพื้นที่ เข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจการทำงานของรัฐบาลให้ถึงระดับหมู่บ้าน และจะทำงานร่วมกับศูนย์ดำรงธรรม ระดับอำเภอและจังหวัดอย่างใกล้ชิด ในทำนองเดียวกันจะทำงานร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในพื้นที่ และ กอ.รมน.จังหวัด เพื่อนำเอาปัญหาของชาวบ้านมาพิจารณา ถ้าปัญหาใดแก้ไขได้จะดำเนินการทันที หากแก้ไขไม่ได้จะส่งไปยังส่วนกลาง" พล.อ.พิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่าทำความเข้าใจกับประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.พิสิทธิ์กล่าวว่า จะนำสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดทุกวันศุกร์มาแปลงเป็นศัพท์ง่ายๆ ไปพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ อาทิ สูตร 6-4-6-4 ว่าคืออะไร หมายความว่าอย่างไร เพราะในแต่ละภูมิภาคจะมีสำเนียงแตกต่างกัน พร้อมทั้งจะอธิบายถึงการร่างรัฐธรรมนูญทำอย่างไร และ กรธ.ทำอะไรกันบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า บทบาท ศปป.ในการเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการครหาการไม่มีส่วนร่วมจากประชาชน พล.อ.พิสิทธิ์กล่าวว่า เวทีรับฟังร่างรัฐธรรมนูญคงไม่เปิด เพียงแต่ไปชี้แจงทำความเข้าใจ อาจจะคล้ายเปิดเวทีเป็นกลุ่ม และการปฏิรูป 11 ด้าน ซึ่งใช้การชี้แจงทำความเข้าใจ เช่น ปีนี้น้ำน้อย ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลห้ามชาวนาปลูกข้าว แต่จะชี้แจงว่าเมื่อน้ำน้อยให้ไปปลูกพืชอื่นๆ ทดแทนการปลูกข้าวไปก่อนระยะหนึ่ง

เมื่อถามว่า วางบทบาทให้นักศึกษาวิชาทหาร (รด.) และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร พล.อ.พิสิทธิ์กล่าวว่า แต่ละจังหวัดมีการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร จะให้นักศึกษาวิชาทหารไปเป็นจิตอาสาช่วยไปชี้แจง โดยคาดหวังว่าต้องการให้ไปคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ เหมือนลักษณะวัยรุ่นคุยกับวัยรุ่น ตามแนวคิดของ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก บอกว่านักเรียนนายร้อยและนักเรียนพยาบาลไปคุยกับคนวัยเดียวกัน

เมื่อถามว่า จะให้นักศึกษาวิชาทหารไปคุยกับนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ เพราะวัยใกล้เคียงกัน พล.อ.พิสิทธิ์กล่าวว่า นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว ขอบอกว่าอย่าออกมาเคลื่อนไหวในกรุงเทพฯเลย ขอให้อยู่ในพื้นที่ช่วยกันแก้ไขปัญหา ควรเปิดโอกาสให้รัฐบาลและ คสช.ทำงาน เพราะพูดทุกครั้งขอให้ช่วยสร้างสภาวะแวดล้อมให้เอื้อต่อการปฏิบัติงานของรัฐบาล

ที่มา : มติชนออนไลน์ , กรุงเทพธุรกิจออนไลน์และสำนักข่าวไทย