บายศรีสู่ขวัญเยาวชนประชาธิปไตย หลังถูกจับในวันรำลึก 1 ปี รัฐประหาร

 

 

เมื่อวานนี้ วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ เยาวชนประชาธิปไตย ให้แก่นักศึกษาและนักกิจกรรม ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 ครบรอบ 1 ปี รัฐประหารทั้งที่บริเวณหน้าหอศิลป์ฯ กรุงเทพ และที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จังหวัดขอนแก่น นำกล่าวรับขวัญโดย ผศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ  เวลา 16.30-17.30 น. ณ ห้องประชุมโครงการปริญญาเอกคณะสังคมวิทยา ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

รูปจากเพจกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD)

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ได้กล่าวว่า จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้เหล่านักศึกษาและนักกิจกรรมว่าไม่ได้โดดเดี่ยวทั้งในแง่ความคิดและการกระทำ

ด้านศ.ดร.เกษียร ได้กล่าวต้อนรับพร้อมเตรียมคำแถลงมาในพิธี อีกทั้งมีการแจกหนังสือของตัวเองในงานให้กับเหล่านักศึกษาและนักกิจกรรม ศ.ดร.เกษียร กล่าวถึงคำพูดของผศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ ที่กล่าวว่า“ผมมาตามนักศึกษาของผม” ในคืนที่ไปให้กำลังใจนักศึกษาที่ถูกจับที่สน.ปทุมวันว่าเป็นประโยคที่กินใจ และเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ในความสัมพันธ์ระหว่างครูกับลูกศิษย์ที่เป็นการให้โดยบริสุทธิ์ใจและไม่มีเงื่อนไขทั้งความรู้และความคิดความอ่าน หน้าที่ของครู คือ การรับผิดชอบช่วยเหลืออนาคตของสังคมที่พ่อแม่เขาฝากฝังลูกหลานให้เราช่วยอบรมดูแล โดยหวังว่าให้เขาเป็นอนาคตที่จะรับผิดชอบสังคมต่อไปได้ และทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 20 ปีก่อนที่ตนกับอาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลได้ร่วมกันช่วยเหลือนักศึกษาที่ชื่อว่า ประจักษ์ ก้องกีรติ ที่จัดฉายหนังแล้วมีฉากล่อแหลม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม2558 ที่ผ่านมาทำให้ตนกังวลต่อภาระหน้าที่ครูที่มีต่อลูกศิษย์มาก อีกทั้งสังคมไทยอยู่ท่ามกลางขัดแย้งทางการเมืองมาตลอด 10 ปี ฝ่ายหนึ่งมีความกระหายเลือดมากขึ้น ในขณะอีกฝ่ายทนทานต่อความรุนแรงน้อยลง ทำให้ดำรงความเป็นสังคมเดียวกันที่มีความรักใคร่ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้อภัยกันและกัน และความเป็นรัฐที่ปฏิบัติตามคำสั่งของอำนาจที่ได้มาโดยชอบธรรมไว้ได้ยากขึ้น  

ศ.ดร.เกษียร ได้กล่าวอีกว่า “เรื่องเสรีภาพ ในความเข้าใจของผมเท่าที่เรียนรัฐศาสตร์มา เสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยหมายถึงการทำตามกฎหมายที่เราออกเอง หรือออกโดยผู้แทนที่ผ่านการเลือกตั้งโดยชอบของเรา”  ก่อนยึดอำนาจมีวิกฤตของการใช้เสรีภาพกล่าวคือ ใช้เสรีภาพบ่อนทำลายกฎหมายที่ออกโดยประชาชน เคยคาดหวังว่าภาวะแบบนี้จะหายไปหลังจากที่ คสช. เข้ามายึดอำนาจ แต่พอหลังยึดอำนาจมีความล้มเหลวเพราะคสช.จำกัดสิทธิเสรีภาพโดยกฎหมายที่ไม่ได้ออกโดยประชาชน  เช่น ใช้กฎหมายพิเศษ อำนาจพิเศษ มาจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ซึ่งจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง การต่อต้านท้าทาย และไม่อาจหลีกหนีความรุนแรงต่อไปได้ในอนาคต เป็นเรื่องที่สังคมไทยควรจะคิดถึงให้มาก

ในงานยังมีการสนทนาทางไกลผ่านระบบออนไลน์กับนักศึกษากลุ่มดาวดินที่เคลื่อนไหวในภาคอีกสาน ตัวแทนกลุ่มดาวดินได้กล่าวชื่นชมเพื่อนนักศึกษาและนักกิจกรรมที่ออกมาแสดงออกในสถานการณ์ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และได้กล่าวว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งเดียวกัน คือ การทวงคืนประชาธิปไตยที่ต้องร่วมต่อสู้ไปด้วยกัน ขอให้ทุกคนรักษาฝันนี้ไว้พร้อมทั้งหลักการประชาธิปไตย โดยกลุ่มจะต่อสู้เรื่องความเป็นธรรมของชาวบ้าน รัฐประหารทำให้ชาวบ้านถูกแย่งชิงทรัพยากรและถูกกดขี่คุกคามมากขึ้น อยากให้ผู้คนที่โดนกดขี่ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ลบภาพการเมืองเก่าๆความคิดเก่าๆเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนแต่ละกลุ่มที่ออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อรับรู้ข้อเท็จจริงที่เป็นผลกระทบต่อรัฐประหาร พร้อมทั้งยืนยันว่ากลุ่มดาวดินไม่มีกลุ่มการเมืองหนุนหลังแน่นอน และขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน แม้ไม่ได้เป็นศิษย์โดยตรงแต่ก็ตามอ่านงานวิชาการของหลายท่านโดยตลอด

สำหรับคำแถลงการณ์งานบายศรีสู่ขวัญเยาวชนประชาธิปไตย โดยคณาจารย์ผู้ห่วงใยในลูกศิษย์และสังคมไทย ได้กล่าวว่า
สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวแสดงออกของนักศึกษาและประชาชนในโอกาสครบรอบปีการ ยึดและ ควบคุมอำนาจของคสช.เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ศกนี้ นำไปสู่การที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าจับกุมคุม ตัว ทำให้เกิดการปะทะ มีนักศึกษาและประชาชนถูกจับกุม ตั้งข้อหาด้านความมั่นคง และได้รับบาด เจ็บหลายรายทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดนั้น

พวกเราที่เป็นครูอาจารย์สอนหนังสือตามมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ใคร่ขอแสดง ความห่วงใยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเสนอความคิดเห็นต่อสังคมไทยในกรณีนี้ว่า :

ในฐานะครูอาจารย์ ความสัมพันธ์ในอุดมคติของเรากับลูกศิษย์ในการเรียนการสอนคือมุ่งที่จะให้ ซึ่ง ความรู้ความคิดอ่านแขนงวิชาต่าง ๆ อย่างไม่หวังได้อะไรตอบแทน, ให้อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยสำนึก รับผิดชอบในวิชาชีพว่าสังคมและพ่อแม่ผู้ปกครองได้ฝากฝังลูกหลานมาให้เราอบรม ดูแล เรามีหน้า ที่ช่วยเหลือเกื้อกูล ถ่ายทอดความรู้ความคิดอ่าน และประคับประคองให้พวกเขาได้เป็นผู้สืบทอดรับ ผิดชอบสังคมต่อไปในอนาคต

ข้อห่วงใยของเราต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ -การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมรังแต่เพิ่มความเกลียดในสังคม ไม่แก้ปัญหา กลับทำให้ปัญหารุนแรงซับซ้อนขยายกว้างบาดลึกลงไป -การจำกัดสิทธิเสรีภาพโดยเฉพาะในสถานการณ์ไม่ปกติ เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดได้ในทุกสังคม แต่มันจะราบรื่น เป็นที่ยอมรับ ต้องจำกัดด้วยกฎหมายที่ประชาชน/ตัวแทนโดยชอบออกเอง เพราะประชาชนเป็นเจ้าของสิทธิเสรีภาพ หากจำกัดสิทธิเสรีภาพด้วยกฎหมายที่ไม่ได้ออกมาโดยชอบ ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ มีการดิ้นรนขัดขืน ทำให้ต้องใช้กำลังบังคับ เพิ่มความรุนแรง ขัดแย้ง เกลียดชังไม่รู้จบสิ้น

-  โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันหลังการยึดและควบคุมอำนาจโดยคสช. ที่ประเด็นสิทธิ เสรีภาพมาทับซ้อนกับความขัดแย้งเรื่องแย่งชิงทรัพยากร ป่าไม้ ที่ดิน น้ำ ทางเท้า สิ่งแวดล้อม ระหว่างชาวบ้านกับรัฐ ชาวบ้านกับทุน ยิ่งน่าวิตกว่าจะบานปลาย

- ข้อเสนอของเราต่อสังคมและรัฐบาลคือโปรดระงับยับยั้งการใช้กำลังรุนแรง คืนชีวิตปกติให้ นักศึกษาประชาชนได้ใช้สิทธิเสรีภาพในขอบเขตของกฎหมายปกติที่ออกโดยผู้แทนโดย ชอบของ สังคม แทนที่อำนาจพิเศษ กฎหมายพิเศษทั้งหลาย