รมว.ศึกษาฯ ชี้ระบบการศึกษา ‘ไทย-เกาหลีเหนือ’ มีความคล้ายคลึงกัน

พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย หารือความร่วมมือด้านการศึกษากับเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ ระบุที่ผ่านมาอาจมีความร่วมมือไม่มากนัก แต่ระบบการศึกษาระหว่างสองประเทศมีความคล้ายคลึงกัน เช่น การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ รายงานว่า พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับและหารือความร่วมมือด้านการศึกษากับนายมุน ซงโม (H.E. Mr. Mun Song Mo) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีประจำประเทศไทย (เกาหลีเหนือ) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 ที่ห้องรับรองจันทรเกษม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือที่เดินทางมาเยี่ยมคารวะ และยินดีที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยกับเกาหลีเหนือ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาอาจมีความร่วมมือระหว่างกันไม่มากนัก แต่ถือได้ว่าระบบการศึกษาระหว่างสองประเทศมีความคล้ายคลึงกัน เช่น การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาจากเกาหลีเหนือจำนวนหนึ่งที่เดินทางเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยไทยบ้าง แต่ไม่มากนัก จึงฝากให้เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้รัฐบาลเกาหลีเหนือส่งนักศึกษามาเรียนในประเทศไทยให้มากขึ้น โดย ศธ.ยินดีที่จะหารือกับมหาวิทยาลัยของไทยที่สนใจจะมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกาหลีเหนือ

ในส่วนของสถานการณ์ของคาบสมุทรเกาหลี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งเกาหลีเหนือและสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) จะหาช่องทางหารือร่วมกัน เพื่อนำสันติภาพมาสู่คาบสมุทรเกาหลีและส่งผลให้เกิดความเจริญมั่นคงของภูมิภาคเอเชียต่อไป

เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือฯ กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่ รมว.ศธ.เข้ารับตำแหน่งใหม่ และกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่า เกาหลีเหนือมีความยินดีที่จะพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับไทยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านการศึกษาซึ่งในปัจจุบันเกาหลีเหนือได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เช่น จัดการศึกษาภาคบังคับ 12 ปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งมีสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั้งในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ซึ่งไทยเองก็มีสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพจำนวนมาก จึงต้องการที่จะมีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางการศึกษากับไทยในอนาคต

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือได้กล่าวถึงสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีว่า ขณะนี้สถานการณ์ภายในเกาหลีเหนือมีความมั่นคงเพราะประชาชนมีความสามัคคี และเกาหลีเหนือก็ให้ความสำคัญกับการรวมชาติระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เพื่อความเป็นเอกราชและสันติภาพ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะให้การสนับสนุนการรวมชาติของทั้งสองประเทศต่อไป