‘ดาวดิน’ วอนหยุดสร้างความเกลียดชังคนเห็นต่าง

25 พ.ค. 2558 กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม หรือ ดาวดิน ออกแถลงการณ์ ยันปัญหาสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองเชิงโครงสร้างมีความเชื่อมโยงถึงผลกระทบจากนโยบายหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล แจงการต่อสู้ของกลุ่มปราศจากความรุนแรงและอามิสสินจ้างใดๆ และไม่ใช่ฝ่ายการเมืองไหนหรือสีใด เรียกร้องประชาชนกลุ่มที่มุ่งทำลายความชอบธรรมและยุยงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเกลียดชังนักศึกษาให้หยุดการกระทำดังกล่าวนั้นทันที พร้อมเรียกร้องถึงรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วเร่งคืนอำนาจอธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว รวมถึงหยุดการคุกคามและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ปล้นชิงไปจากประชาชน

อนึ่ง สมาชิกกลุ่มดาวดิน 7 คน ถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง หลังทำกิจกรรมคัดค้านรัฐประหาร ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมือวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา

000000

แถลงการณ์กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 เป็นวันครบรอบวันเกิด 1 ปีเผด็จการ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจและปล้นชิงอำนาจประชาธิปไตยของประชาชนไป พร้อมกับประกาศใช้กฎอัยการศึกและอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 และด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่คับฟ้า อดีตผู้บัญชาทหารบกได้แต่งตั้งตนเองเป็นผู้นำและตั้งรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมและไม่ใช่รัฐบาลของประชาชนขึ้นมาปกครองประเทศ หลังจากนั้นก็ทำการกวาดล้างประชาชนผู้คิดต่าง ข่มขู่สื่อมวลชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทหาร รวมถึงการต่อสู้ของประชาชนที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ ได้ปฏิบัติการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพ คุกคามสิทธิมนุษยชน และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งการต่อสู้เชิงโครงสร้างเพื่อสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองและการต่อสู้ของประชาชนเพื่อปกป้องสิทธิชุมชนและเพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง

วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พวกเราทั้ง 7 คน จึงไปแสดงจุดยืนของพวกเราคือ “คัดค้านรัฐประหาร” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จังหวัดขอนแก่น เพื่อต้องการสื่อสารต่อสาธารณะและรัฐบาลถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่ปกป้องสิทธิชุมชนเพื่อให้สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองและสิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ซึ่งปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ล้วนแต่ต่อสู้มาอย่างอาจหาญและยาวนาน แต่เสียงของพวกเขาที่ร้องตะโกนนั้นรัฐบาลไม่เคยสนใจและเอาใจใส่ ไม่ว่ารัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นประชาธิปไตยก็ตาม แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ปืนจ่อหัวอยู่และมนต์สะกดว่าให้มีความสุข ชาวบ้านไม่สามารถออกมาต่อสู้ เรียกร้อง และมีส่วนร่วมตามสิทธิชุมชนที่เคยมีได้ กิจกรรมที่พวกเราทำในวันนั้น จึงเป็นการพูดถึงปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูน เหมืองแร่ การขุดเจาะปิโตรเลียม เหมืองแร่โปรแตซ การก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ปัญหาการไล่รื้อที่ทำกินของชาวบ้าน ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 64/2557 และปัญหาที่ของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ ภายใต้กฎอัยการศึกและมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว อันเป็นเครื่องมือกำราบประชาชนให้อยู่ในความสงบ ห้ามแข็งขืน ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ประชาชน ห้ามคิด ห้ามพูด ห้ามแสดงออก ห้ามมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือแสดงสิทธิใดๆ นอกจากนี้ พวกเรายังพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชนเพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนเอง ร่างเอง และลงมติเอง โดยกลุ่มคนที่ คสช. แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสิทธิ เสรีภาพของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย เพราะพวกเราเชื่อว่าปัญหาสิทธิ เสรีภาพทางการเมืองเชิงโครงสร้างมีความเชื่อมโยงถึงผลกระทบจากนโยบายหรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล

หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเราทั้ง 7 คน ถูกตั้งข้อหา ”รักประชาธิปไตย” “รักความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์” ทำให้พวกเราถูกจับกุมและขัง วันเดียวกันนั้นเองเพื่อนๆ ของพวกเราที่ออกมาแสดงจุดยืนที่หน้าหอศิลป์ กรุงเทพ ที่แม้จะอยู่ห่างไกลกันก็ตามแต่ก็สู้เพื่อสิ่งที่คิดและเชื่อว่าถูกต้องเหมือนกัน เพื่อนบางคนถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ถูกบีบคอ ถูกดึงผม และนำไปสู่ความรุนแรงและการปะทะระหว่างนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสถานการณ์ได้บานปลายมาถึงขั้นล่าแม่มดจากฝ่ายปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย เกิดการตามล่าและใส่ร้ายป้ายสีว่าถูกจ้างมาบ้าง เป็นขบวนการล้มเจ้าบ้าง เพื่อทำลายความชอบธรรมของพลังอันบริสุทธิ์ของนักศึกษาทั่วประเทศ

เนื่องในโอกาสครบครบ 1 ปี เผด็จการทหาร พวกเราในนาม กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) ขอประกาศถึงพี่น้องนักศึกษา ประชาชน และผู้ที่รักในสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมทั่วประเทศว่า ขอให้ร่วมกันออกมาแสดงพลังของท่านในวิถีทางที่ทำได้และขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องหากพวกเราและเพื่อนๆ ทั่วประเทศ ถูกตามล่า ข่มขู่ คุกคาม ด้วยวิธีการอันไม่ชอบธรรมและนอกกฎหมาย พวกเราขอประกาศประชาชนกลุ่มที่มุ่งทำลายความชอบธรรมและยุยงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเกลียดชังนักศึกษาว่า ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าวนั้นทันที หากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไม่เคยสอนอะไรพวกท่านเลย กลับพยายามหมุนเข็มนาฬิกากลับไปหาอดีตอันมืดมน แต่สุดท้ายมันจะหมุนกลับมาที่เดิมและตอกย้ำตราบาปที่พวกท่านได้หมุนเข็มนาฬิกากลับไป พวกท่านจะได้ชื่อว่า "คนที่เข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเพียงเพราะความคิดต่างทางการเมือง” ตราบเท่าที่ลูกหลานพวกเราจะเติบโตขึ้นมาและรับรู้เรื่องราวในวันนี้ พวกเราขอประกาศถึงขบวนการต่อสู้ในที่อื่นๆ ทั้งประเด็นทางการเมืองและปัญหาปากท้องของชาวบ้านว่า การต่อสู้ของพวกเราปราศจากความรุนแรงและอามิสสินจ้างใดๆ พวกเราไม่ใช่ฝ่ายการเมืองไหนหรือสีใด พวกเราคือ กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) กลุ่มนักศึกษาที่ลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหาและต่อสู้เคียงข้างกลุ่มชาวบ้าน ที่ถูกรัฐและนายทุนละเมิดสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน และปล้นชิงทรัพยากรธรรมชาติในภาคอีสาน ดังนั้น การต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมาและในอนาคตข้างหน้านั้น เป็นไปด้วยความชอบธรรมและด้วยสันติวิธี และพวกเราขอประกาศถึงรัฐบาลที่ไม่ได้มาประชาชนว่า ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วเร่งคืนอำนาจอธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว รวมถึงหยุดการคุกคามและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ปล้นชิงไปจากประชาชน (ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว) และสุดท้ายพวกเราขอประกาศว่า “พอกันที!” กับรัฐบาลเผด็จการทั้งที่ผ่านมาในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตทั้งหลายทั้งปวง และขอให้อำนาจประชาธิปไตยสถิตย์อยู่กับประชาชนตลอดไป

ด้วยจิตคารวะต่อสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)

25 พฤษภาคม 2558