ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย หลัง คสช. จัดระเบียบชายหาดอ่าวนาง กระบี่

ช่วงใกล้สิ้นปีอะไรๆก็ดูเหมือนกำลังจะเริ่มใหม่ไปหมด บางเรื่องอาจไม่ได้แย่มากมายเริ่มใหม่กลายเป็นแย่กว่าเดิม อย่างบางมาตรการของรัฐบาลปัจจุบันจุดประสงค์หลักตามที่ท่านผู้นำตั้งคืออยากให้ประชาชนที่คุณภาพชีวิตที่ดี สังคมเป็นระเบียบ เลยออกมาตรการจัดระเบียบสังคมตั้งแต่เรื่องวินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ แผงลอย ทางเท้า และอะไรอีกมากมาย โดยบางทีอาจไม่รู้เลยว่าแผนการพัฒนากำลังทำประชาชนวุ่นวายกับชีวิตมากกว่าที่เป็นอยู่ ยิ่งช่วงนี้เปิดข่าวช่องไหน หนังสือพิมพ์ฉบับไหนก็มีแต่ข่าวจัดระเบียบสังคม

ผู้เขียน จะพาไปฟังผลกระทบของการจัดระเบียบสังคมว่าด้วยเรื่องการทำมาค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าริมชายหาดอ่าวนาง จ.กระบี่ ตั้งแต่มีคำสั่งจัดระเบียบชายหาดพ่อค้าแม่ขายรถเข็นแผงลอยต่างได้รับความเดือดร้อนกันเป็นแถวเพราะไม่มีที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ขายตรงไหนมีเทศกิจไล่ตรงนั้น บางรายถึงขั้นต้องทิ้งที่ทำกินเก่าไปหาที่ใหม่ซึ่งรายได้ก็แย่กว่าเดิม

พ่อค้าน้ำชารถเข็นร้านหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ตั้งแต่ คสช. ตั้งคำสั่งจัดระเบียบชายหาด อบต. ก็ต้องไล่จับผมและร้านค้ารถเข็นหลายเจ้า บางทีมาแบบเตือนก่อน บางทีมาแล้วก็จับไปปรับแล้วปล่อยตัวครั้งหนึ่งก็สองพันบาทซึ่งมันไม่คุ้มกับการลงทุนในแต่ละวัน” ซึ่งถ้าถามถึงเรื่องกฎหมายทางเท้าและถนนว่าปกติการค้าขายในลักษณะรถเข็นมันผิดที่กีดขวางการจราจรแล้วทำไมจึงเลือกที่จะขายต่อ

แม่ค้าส้มตำก็ได้เล่าให้ฟังว่า “คือขายกันมานานมากแล้ว ปกติก็ไม่ได้ไม่ได้จอดกีดขวางทางจราจร พวกเราจะขับสามล้อเร่ไปเรื่อยเห็นลูกค้าเยอะก็จอดขาย บางเจ้าเขาก็ขายหลังเวลาราชการจนเที่ยงคืน ไม่ได้เป็นภาระของเหตุจราจรติดขัด ขายเสร็จเราก็เร่รถไปที่อื่นอีก แต่ทุกวันนี้คือ พอจอดขายยังไม่ทันได้เก็บเงินก็โดนไล่ซะแล้ว พวกแม่ค้าพ่อค้าเคยไปคุยกับอบต. เขาก็จะจัดแผงให้แต่ขายของไม่ได้ราคา พวกเราต้องหาเงินใช้ นั่งในแผงเฉยๆขาดทุนกันพอดี” 

พ่อค้าบางคนให้สัมภาษณ์กับกรณีนี้ว่า “จัดระเบียบมันก็ดี แต่ต้องคำนึงถึงประชาชนด้วยส่วนมากคนจนๆ ที่เดือดร้อน คนรวยหน่อย เป็นข้าราชการเงินเดือนขึ้น แต่พ่อค้าให้ลดราคาแถมไล่ที่ขายของ คนขายของก็ประชาชนเหมือนกัน”

ซึ่งนอกจากมาตรการจัดระเบียบจะเป็นผลกระทบของพวกพ่อค้าแม่ค้าเร่แล้ว การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานบางคนยังขูดรีดพวกเขาอีกต่างหาก อย่างคำสัมภาษณ์นี้ “เขามาคุยกับเราว่าถ้าจะขายที่เดิมคือต้องจ่ายพิเศษกับเขา เดือนละหกพัน แล้วถ้าเขามาดู เขาก็จะปล่อยให้ขายปกติ บางคนต้องจ่ายให้เขาเดือนละแปดพัน พวกเราก็จ่ายไปเดือนหนึ่ง พออีกเดือนหนึ่งเราก็จ่ายให้เขา แต่ผ่านไปวันหนึ่งเขาก็บอกว่าไม่ให้ขายแล้ว แต่ก็ไม่ได้คืนเงินส่วนนั้นให้เรา เราต้องจ่ายให้เขาฟรีๆ”

ถึงแม้ทุกวันนี้มาตรการจัดระเบียบสังคมแถวริมหาดอ่าวนางจะได้ผล ไม่เห็นเหล่าพ่อค้าแม่ค้าเร่มาขับรถขายของเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้าบางร้านยังแอบที่จะขับรถมาขายของเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองและครอบครัวอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนสิ่งที่พวกพ่อค้าแม่ค้าเร่อยากฝากถึงคสช. เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ “จะจัดระเบียบก็ต้องอย่าให้ประชาชนเดือดร้อน ส่วนของข้าราชการก็ควรจะจัดระเบียบด้วยเช่นกัน เพราะบางทีข้าราชการก็รังแกประชาชนอยู่เหมือนกัน” 

ถึงตอนนี้มาตรการจัดระเบียบชายหาดบางแห่งอาจยังไม่เริ่ม แต่ก็ขอให้เอาเสียงสะท้อนเล็กๆ น้อยจากประชาชนที่ผ่านมาตรการจัดระเบียบสังคมมาพิจารณา เพื่อช่วยให้ประชาชนมีชีวิตที่เป็นสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความเท่าเทียมกันในสังคม เพราะการพัฒนาสังคมมีประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา