'ดาวดิน' ร้อง กสม. โต้ ‘พล.ท.กัมปนาท’ การข่าวทหารมั่วยันไม่เคยรับเงินชู 3 นิ้ว

หลังจากแม่ทัพภาคที่ 1 แฉนักศึกษา ‘ชู 3 นิ้ว’ หน้า ‘ประยุทธ์’ ถูกจ้างมา 5 หมื่น เพื่อชิงพื้นที่สื่อ กลุ่มดาวดิน ได้ร้อง กสม. โต้การข่าวทหารมั่วยันไม่เคยรับเงินชู 3 นิ้ว ระบุกลุ่มไม่เคยอยู่สีไหน เผยหลังชู 3 นิ้วบ้านพักมีทหารมาสังเกตการณ์ตลอดเวลา

หลังจากที่วันนี้(1 ธ.ค.57) พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกลุ่มนักศึกษา ม.ขอนแก่น 5 คนที่ออกมาชูนิ้วแสดงสัญลักษณ์ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ลงพื้นที่จ.ขอนแก่น ในช่วงที่ผ่านมาว่า ที่ผ่านมาคสช.ได้มีการพูดคุยกับอธิการบดี และคณบดีของมหาวิทยาลัยดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนักศึกษาบางกลุ่มมีกลุ่มการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เราต้องช่วยกัน เช่น กรณีนักศึกษาที่จ.ขอนแก่น จากการที่ตนได้ดำเนินการหาข่าวพบว่ากลุ่มนักศึกษาดังกล่าวถูกว่าจ้างมา เพื่อต้องการแย่งชิงพื้นที่สื่อของนายกรัฐมนตรี โดยได้รับการว่าจ้างมาจำนวน 50,000 บาท จากนักการเมืองในพื้นที่ แต่ตนติดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

จากนั้น กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงาน ว่า เวลา 14.00 น. ของวันนี้(1 ธ.ค.) กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม(ดาวดิน) ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดส่งถึง นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วยปรากฏตามข่าวว่า พล.ท.กัมปนาท ให้สัมภาษณ์ปรักปรำกล่าวหาว่าถูกว่าถูกจ้างมาเพื่อต้องการแย่งชิงพื้นที่สื่อ ของนายกรัฐมนตรี โดยได้รับการว่าจ้างมาจำนวน 50,000 บาท จากนักการเมืองในพื้นที่นั้นอยากจะให้กรรมการสิทธิมนุษยชนตรวจสอบและพิจารณาเรื่องนี้โดยด่วน

โดย ศศิประภา ไร่สงวน หนึ่งในนักศึกษาดาวดิน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า พอได้ยินข่าวดังกล่าวแล้ว ตอนแรกก็งงอยู่ แต่ตอนนี้ได้อ่านตัวข่าวอย่างชัดเจนก็ขอยืนยันว่าว่าข้อกล่าวหาของแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่เป็นความจริง เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่มดาวดินทั้งหมดนั้น ได้มีการปรึกษาหารือกันก่อน โดยไม่ได้เป็นการตัดสินใจของเพื่อนแค่ 5 คนที่ไปชู 3 นิ้วเท่านั้น แต่เป็นการปรึกษาหารือเรื่องการเรียกร้องประชาธิปไตยและไม่ต้องการเผด็จการ รวมทั้งไม่ต้องการให้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก และทำรัฐประหาร ซึ่งเป็นความคิดเห็นทั้งหมดในกลุ่มไม่ได้มีการตัดสินใจกันเพียงลำพังคนใดคนหนึ่ง

ที่ผ่านมากลุ่มดาวเดินทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องกฎหมาย ทุกกรณีปัญหาที่ชาวบ้านเดือดร้อนโดยเฉพาะการแย่งชิงทรัพยากร กลุ่มดาวดินก็จะเข้าไปช่วยเหลือด้วย โดยไม่เคยรับเงินรับทองและยิ่งมาบอกว่าการเคลื่อนไหวในวันที่ 19 พ.ย. เป็นการเคลื่อนไหวโดยมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังยิ่งไม่เป็นความจริง เพราะการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความคิดของนักศึกษาเองไม่มีนักการเมืองมาว่าจ้างใดๆทั้งสิ้น

"ไม่รู้ท่านแม่ทัพภาค 1 ได้ข่าวมาจากไหนก็ไม่รู้ และการให้ข่าวแบบนี้เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าท่านยังคุกคามเราอยู่หรือไม่ เพราะคนข้างนอกที่เขารู้ข่าว เขาจะรู้สึกอย่างไร นักศึกษาตัวเล็กๆ อย่างเรากลายเป็นลูกน้องนักการเมือง ทำให้เราดูแย่มาก เพราะที่ผ่านมาดาวดินเราได้ไปเคลื่อนไหวเพื่อสังคมมาตลอด ทำไมเราต้องมารับใช้ในการเมือง ทั้งที่เราไม่เคยอยู่สีไหนหรือเข้าข้างการเมืองฝ่ายใดอยู่แล้ว พูดแบบนี้เป็นการกล่าวหากันลอยๆ พูดไม่จริง" ศศิประภา กล่าว

ศศิประภา ยังกล่าวอีกว่า หลังเหตุการณ์ชู 3 นิ้วต้านรัฐประหาร ทำให้เพื่อนๆในกลุ่มดาวดินที่ไม่ได้ออกไปชู 3 นิ้วก็ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย เพราะบ้านพักที่อยู่ด้วยกันมีทหารมาสังเกตการณ์ และมีการขับรถมาดูตลอดเวลา ทำให้ไม่มีใครกล้าอยู่บ้าน กลางวันมาอ่านหนังสือกัน พอกลางคืนก็รีบปิดบ้านหนี กลายเป็นว่าผู้ใหญ่คุกคามเด็ก พวกเราอยู่กันแบบหวาดผวามาก เพราะมีรถแปลกๆขับมาดูตลอด

ส่วนกระแสในมหาวิทยาลัยนั้น ศศิประภา กล่าวว่า กระแสของน้องๆในคณะ มีทั้งให้กำลังใจและไม่เห็นด้วยบ้าง แต่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจกันอยู่ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ไปซ้อมรับปริญญา มีหลายคนเดินเข้ามาถามว่า พวกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง บางคนก็มองด้วยสายตาซุบซิบนินทา แต่เราก็ไม่สนใจ เพราะเราเคารพทุกคน เขาเห็นต่างได้ เพราะสิ่งที่พวกหนูทำไม่ได้ทำอะไรที่รุนแรง" น.ส.ศศิประภา กล่าว